ร้าน คิด นอก กรอบ เป็นร้านกาแฟเล็กๆ อยู่ถนนด้านหลังมอ อยู่ถัดจากเซเว่นไปเพียงเล็กน้อย ถ้าคุณไม่สังเกตคุณอาจจะไม่เห็น แต่ถ้าคุณเริ่มมองเห็นร้านนี้ คุณจะไม่สามารถมองผ่านไปได้เลย
ทันทีที่คุณเปิดประตูกระจกเข้าไปในร้าน คุณจะได้กลิ่นหอมของกาแฟสด แล้วบรรยากาศที่ผ่อนคลายจะทำให้รู้สึกว่ามันคือความสุขในมุมสงบที่คุณต้องการ ในร้านมีของโชว์น่ารัก ๆ ที่คุณมองแล้วต้องแอบอมยิ้ม เพราะของแต่งร้านส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องราวของคู่รักเจ้าของร้าน คือ พี่กิจ และ พี่เปลนั่นเอง สีของร้านและของตกแต่งเป็นแบบหวานๆ เหมาะกับสาวๆ หรืออาจเป็นหนุ่มๆที่ชวนคนรักมานั่งก็เข้าที
อีกอย่างที่คุณจะประทับใจไม่ต่างจากบรรยากาศร้านคือ รสชาติของกาแฟ และ เครื่องดื่มต่างๆแบบที่คุณชอบ คุณจะมีความสุขกับการชิมรสชาติที่ลงตัว รวมถึงไอศกรีมที่แสนหวานและเย็น เค้ก ที่น่าตาสวยงาม หวาน หอม และอร่อย หากได้ลองแล้วต้องติดใจแน่นอน
ในร้านนอกจากจะบริการเครื่องดื่มแสนอร่อย พี่กิจและพี่เปลยังมีความสามารถอื่นๆที่จะสร้างสรรค์ผลงานได้อีก เช่นกรอบรูป ภาพวาดแสนสวย โปรดการ์ด ของประดิฐจากผ้าและของประดิฐอื่นๆน่ารักๆอีกมากมาย ถ้าคุณนั่งมองนานๆรับรองต้องอยากได้เป็นเจ้าของอย่างแน่นอน
เมื่อได้ชมร้านและลิ้มรสของกาแฟแล้ว ก็เริ่มอยากจะรู้ความเป็นมาเป็นไปของร้านนี้ซะแล้ว เราจึงได้เชิญพี่กิจ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านร่วมกับพี่เปลภรรยาที่น่ารัก มาสัมภาษณ์กันซะหน่อยว่ากว่าจะออกมาเป็นร้านคิด นอก กรอบ มีที่มาที่ไปจากอะไร
>>>“อย่างแรกต้องถามถึงที่มาของชื่อร้านก่อน ออกมาเป็นคิดนอกกรอบได้ไงคะ”
>>>พี่เป็นสถาปนิก แล้วชอบทำหลายอย่าง มีสามอย่างที่จะทำหลังออกจากงานประจำ หนึ่งคืองานออกแบบ สอง ร้าน กรอบรูป สาม ร้านกาแฟ ชื่อร้านต้องครอบคลุมสามอย่างนี้ให้ได้ ซึ่งพี่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มอันไหนก่อน แต่พี่แอบออกแบบไว้ตั้งแต่ยังไม่ออกจากงานเดิมนะ(พูดแล้วพี่กิจก็แอบยิ้ม) จึงมีคำว่า คิดนอกกรอบเข้ามาเพราะ ถ้าจะทำร้านกรอบรูป ก็มีคำว่ากรอบอยู่ด้วย ร้านออกแบบก็ได้ สถาบันสอนคอมก็ได้ แต่สร้างร้านกาแฟก่อนเพื่อดึงคนเข้ามาหาเราก่อน พี่แต่งร้านไม่ได้ใช้ของแพงนะ เป็นของถูกแต่ทำให้มันดูดีได้ มีสไตส์ ไม่ใช่คนมีทุนทำร้านกาแฟแต่เราใช้ดีไซน์เนร์อที่อยู่ในหัวเนี่ย ดีไซน์ของถูกให้เป็นของแพง
>>>“แปลว่าร้านกาแฟไม่ใช่ความฝันแรกที่อยากจะทำใช่ไหมคะ”
>>>ที่จริงมันเป็นความฝันแรกนะ ก็ตั้งแต่เราคบกันเป็นแฟนแล้วจบมาทำงานหวังว่าสักวันนึงเราจะกลับมาทำธุรกิจเล็กๆ ในเมืองเล็กๆ ที่ไม่วุ่นวายกัน ก็ทำร้านกาแฟนี้เหละ
>>>“ช่วยเล่าStoryของร้านให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ”
>>>พี่อยากทำธุรกิจเล็กๆในเมืองเล็กๆที่ไม่มีอะไรกดดันมากมาย พี่ก็เริ่มจาก ร้านกาแฟ เพราะของกินมันจะหล่อเลี้ยงธุรกิจได้เพราะมีรายได้ทุกวัน แล้วเวลาว่างพี่กับพี่เปลก็จะทำงานแฮนเมค แล้วพี่กับพี่เปลก็ชอบกินกาแฟกันอยู่แล้ว แล้วร้านนี้เป็นร้านแรก คือ คิด นอก กรอบ แล้ว อีกร้านคือ คิดเพลิน ถ้ามีร้านที่สามก็คงคิดอีก (ชั่งคิดจริงๆนะคะเนี่ย^^)
>>>“แล้วทำไมถึงเลือกสารคามคะ”
>>>ก็พี่จบที่นี้ เป็นโลเคชั่นที่เราคุ้นเคย ถ้าเราไม่ทำที่อื่นเราก็ไม่คุ้นไม่ชิน ทำที่ๆเคยอยู่นี้เหละเพราะเราเคยเป็นนักศึกษา เรารู้ว่านักศึกษาต้องการอะไร
ถ้าเราทำร้าน เราต้องเทียบตัวเราเป็นนักศึกษา แล้วเราจะรู้ว่านักศึกษาต้องการอะไร
>>>“แล้วแรงบันดานใจในการตกแต่งร้านคืออะไรคะ”
>>>มันมีขีดจำกัดอยู่ว่าร้านต้องง่ายเท่าที่ช่างทำได้ สอง ขายความเป็นเรา พี่เปลจะเป็นคน อิลุ๊กกุ๊กกิ๊ก(ฟังดูอาจจะงงๆนะคะ มันคงแปลว่าน่ารักกุ๊กกิ๊กนะคะ) ขายความน่ารัก ทำให้คนที่มาครั้งแรกต้องรู้สึกประทับใจ แบบต่อยหมัดเดี๋ยวอยู่ เข้ามาแล้วรู้สึกได้เลย ต้องสร้างความน่ารัก ในความที่ไม่หรูหรา เอาของถูกมาทำให้ดูดี สีสันของร้านจะดูหวาน แล้วเราก็ละลายความเป็นกาแฟลง เติมความหวานเข้าไป เพราะลูกค้าเราส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง จะไม่ใช่สำหรับคอกาแฟเข้ม เรามีเค้ก มีไอศกรีม ที่ดูหวานๆ เบาๆ
>>>“แล้วกลยุทธ์ของร้านคืออะไรคะ”
>>>ตอนนี้ทำงาน by order คือ เดินเข้ามาสั่งเป็นรายบุคลได้เลยว่าต้องการแบบไหน เป็นแบบว่าใครก็ได้ที่อยากได้ของขวัญที่เป็นงานประดิษฐ์ต้องนึกถึงร้านเราเป็นร้านแรก ซึ่งตอนนี้ก็เห็นผลแล้วนะ พี่คิดว่าตัวพี่ทำได้ทุกอย่าง เพราะพี่เป็นสถาปนิก แฟนพี่เป็นกราฟิก อันไหนที่ใครไม่ถนัดอีกคนก็ช่วยได้ เราช่วยกันได้
>>>“แล้วพี่มีความรู้สึกอย่างไรกับร้านน่ารักๆของตัวเอง มีความสุขในการทำงานทุกวันไหมคะ”
>>>เราสร้างให้คนอื่นเสพนะ ตัวพี่พี่อยู่แต่ในคอก แต่เรามีความสุขกับทุกแก้วที่ยื่นและทุกบรรยากาศที่เข้ามาเขาได้รับ เราไม่ได้เสพเองแต่คิดตลอดว่าทำยังไงลูกค้าเราจะคิดว่า อะไรอะ! ชอบจัง! เก๋จังร้านนี้ มันเป็นความรู้สึกดีที่เห็นบรรยากาศแบบนั้น
>>>“แล้วพี่กิจคิดว่า ร้านนี้มีเสน่ห์ตรงไหน ที่สามารถดึงคนเข้ามาได้”
>>>ต้องแบ่งเป็นสองส่วน อันแรกคือภาพลักษณ์ของร้านที่ไม่สามารถหาได้จากร้านอื่น เราไม่มีของแพงในร้านนะ ของตกแต่งคือของประดิฐของเราเอง เป็นสีน้ำ เป็นภาพวาด อันที่สองคือจากตัวผู้ขาย สังเกตจากแต่ก่อนที่เราให้คนอื่นขายแทน ลูกค้าจะไม่ค่อยติดเยอะ แต่เมื่อมีพี่ มีพี่เปลเราจะสามารถดึงดูดลูกค้าได้มากกว่า หากเป็นพนักงานเขาจะไม่ค่อยสนใจลายละเอียดของร้าน
>>>“ถ้าให้พี่กิจให้คำนิยามของร้าน สั้นๆคืออะไรคะ”
“คิด” คำว่า “คิด” เพราะพวกพี่จะรวมทุกอย่างเป็นคำว่า “คิด” คำเดียว ทุกอย่างต้องคิดสร้างสรรค์นะ แม้ไม่ใช่ของแพงอย่างที่บอกแต่ทุกอย่างผ่านกระบวนการคิดหมด
>>>“ทำไมพี่กิจถึงตัดสินใจออกจากงานสถาปนิกที่เคยทำคะ”
>>>หัวหน้าพี่เคยถามนะว่าระหว่าง “หัวหมากับหางมังกร” เอ็งจะเป็นอะไร ถ้าเป็นเราเราจะเป็นอะไร?(อะ!โดนถามคืนซะแล้ว!..เราเลยรีบตอบไปว่า>>>เป็นหัวหมาคะ^^) นั่นเหละพี่ก็เหมือนกัน หัวหน้าคนนั้นก็บอกนะว่าอยู่ที่นี้เอ็งก็เก่ง แต่ก็ได้เป็นแค่หางมังกร ไปเถอะไปใหญ่โตในที่เล็กๆดีกว่า
>>> “มาถึงคำถามสุดท้ายนะคะ พี่กิจคิดว่าตอนนี้ประสบผลสำเร็จที่สุดรึยังคะ”
>>>มันไม่มีคำว่าที่สุดหรอก เราหยุดไม่ได้เราต้องหาสิ่งใหม่เติมตลอด แค่พี่รู้สึกว่าพี่นับจากศูนย์มาถึงสามแล้ว แล้วเราก็ต้องนับต่อไปเรื่อยๆ
พอเราได้พุดคุยกับพี่กิจ ทำให้เรามองเห็นมุมต่างๆของธุรกิจ ว่าเราไม่จำเป็นต้องมีงานใหญ่โต ทำงานในเมืองใหญ่ แต่เรามีธุรกิจเล็กๆ ในเมืองเล็กๆเราก็สามารถเติบโต และมีความสุขได้ ขอบคุณพี่กิจ ขอบคุณ ร้านคิด นอก กรอบ ที่ทำให้เรามองเห็นมุมมองดีๆ ที่มีความสุขได้ ขอบคุณนะคะ^^
ร้านนี้ตั้งอยู่ถนนด้านคอนโดอาจารย์ ขับผ่านเซเว่นแล้วมองดูด้านซ้ายมือได้เลย
เบอร์โทรศัพท์ร้าน เผื่อใครอยากโทรสั่งไว้ก่อน 084-0788102 (แต่จะโทรควรดูเวลาด้วยนะคะ
facebook.ของร้าน http://facebook.com/PayPaeKitCOFFEE
ช่วงเวลาเปิดบริการ 09.00 น.-18.00 น.

